ไม่ต้องท ร ม า น กับกรดไหลย้อน หายได้เพียงกินผักต้ม กับ สิ่ ง นี้

ไม่ต้องท ร ม า น กับกรดไหลย้อน หายได้เพียงกินผักต้ม กับ สิ่ ง นี้

1. ผักสีเขียวที่มีกากใยสูง

เป็นต้นว่า ผักหวานบ้าน, คะน้า, ผักกวางตุ้ง, ผักกาดแก้ว (ผักกาดหอม), ตำลึง, ผักบุ้ง, บล็อคโครี่ ฯลฯ ผักพวกนี้ควรจะทานให้มากในมื้อยามเช้ารวมทั้งมื้อกลางวัน โดยขณะกิน ย้ำบริโภคคำเล็กๆแล้วก็เคี้ยวผักพวกนี้อย่างละเอียดมาก 2 – 3 นาทีต่อ 1 คำ ก่อนกลืนผักให้ใช้ลิ้นช่วยจัดผักให้เป็นชิ้นเล็กๆแผ่นแบนๆ(ไม่ให้เป็นก้อน) เพื่อเป็นการกระจัดกระจายกากใย เนื่องจากว่ากากใยในผัก ช่วยดูดซึมกรด ดูดซึมน้ำตาลส่วนเกิน ชำระล้างไส้ ช่วยทำให้ไส้มีการเคลื่อนไหว เปรียบได้ดั่งพวกเรามีหมอนวด นวดของกินให้เคลื่อนไหวในไส้ บรรเทาท้องผูก ให้มีการถ่าย รวมทั้งไล่ลมออกทางทวารหนัก

2. ผักที่มีฤทธิ์เย็น

บวมหอมต้ม มีฤทธิ์เย็น แนะนำให้ทุกคนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีสาเหตุจากกรดเกินในกระเพาะและก็ควรจะทานให้มากในมื้อเย็น บวบหอมต้มจะช่วยลดอาการแสบท้อง ร้อนท้อง แสบอก ปวดท้องเหมือนลำไส้ถูกบิดได้

3. ผักสีขาวที่ย่อยง่าย

ผักสีขาวเป็นผักที่ย่อยง่าย อาทิเช่น กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ดอกกะหล่ำปลี โตวเหมี่ยว ควรจะทานให้มากในมื้อเย็น ประโยชน์พิเศษของกะหล่ำปลี นักวิจัยหลายท่านเห็นด้วยกับการใช้กะหล่ำปลี สำหรับเพื่อการรักษาแผลในกระเพาะ เพราะว่ากะหล่ำปลีมีซัลเฟอร์ ซึ่งช่วยในขบวนการหายของแผล รักษาแผล รักษาการอักเสบ ช่วยซ่อมแซมผิวหนังและก็ช่วยกำจัดพิษออกจากร่างกาย (ที่มา : ก๊อปปี้จากหนังสือ “น้ำอมฤตจากธรรมชาติ ทางลัดเพื่อสุขภาพจากผักรวมทั้งผลไม้” โดยทันตแพทย์จักรชัย และก็ทันตแพทย์หญิงภัทรา หน้า 43 พิมพ์ครั้งที่ 4)

4. ผักที่เคี้ยวแล้วเป็นเมือก

ผักกลุ่มนี้ เมื่อเคี้ยวจะมีน้ำเป็นเมือก รั้งๆข้นๆออกมา คล้ายกับน้ำราดหน้า กระเพาะปลา อย่างเช่น ผักปลัง ผักดอกกระเจี๊ยบ (หาซื้อได้ในร้านค้าขายน้ำพริก) ผักกลุ่มนี้เหมาะกับผู้ที่มีสาเหตุจากความเครียด มีกรดเกินในกระเพาะ โดยกินผักพวกนี้เป็นคำสุดท้ายของมื้อของกิน เพื่อเมือกเหล่านี้ ไปฉาบกระเพาะแล้วก็ไส้ ป้องกันอาการแสบท้อง ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะ

5. เม็ดแมงลัก

มีกากใยสูง เหมาะกับซึมซับน้ำตาลส่วนเกิน ทานเม็ดแมงลักในช่วงเวลาที่อยากกินข้าวและก็เริ่มแสบท้องในมื้อรุ่งเช้า บรรเทาไปก่อน และก็ถ้าในกลางดึกมีลักษณะอาการหิวแล้วก็แสบท้องอืดท้องเฟ้อมาบางทีก็อาจจะทานเม็ดแมงลัก เป็นการป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะ

6. กล้วยน้ำว้า (ผู้ที่กำลังป่วยเป็นโรคเบาหวานไม่สมควรกิน)

กล้วยน้ำว้า เพราะว่ามีฤทธิ์เย็นในกระเพาะแม้กระนั้นจะมีฤทธิ์ร้อนที่ไส้สำหรับในการช่วยในการย่อยของกิน ใช้เคลือบไส้ได้ดี เนื่องจากจะเป็นเมือกเมื่ออยู่ในไส้

ข้อแนะนำเพิ่มอีก

ถ้าโรคกรดไหลย้อนของท่านมีต้นสายปลายเหตุเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากความเคร่งเครียด มีกรดเกินในกระเพาะโดยมีลักษณะแสบท้อง ร้อนท้องร่วมด้วย ฯลฯ ชี้แนะให้ทานผักสีเขียวพร้อมกันกับกะหล่ำปลี ในสัดส่วน มื้อตอนเช้า 80:20 ช่วงกลางวัน 50:50 เย็น 30 :70 แล้วก็มื้อเย็นอย่าลืมบวบหอมต้ม

ผักรวมทั้งผลไม้ที่ควรจะหลีกเลี่ยง

1. ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวทุกจำพวก มะเขือเทศ แก้วมังกร ฝรั่ง เสาวรส มะนาว เพราะว่ามีวิตามินซีสูง เมื่ออยู่ในกระเพาะจะมีฤทธิ์เป็นกรด ทำให้จุกท้อง ท้องป่อง แล้วก็สำหรับผู้ที่เป็นหนัก จะมีลักษณะอาการแสบท้องร่วมด้วย

2. ผลไม้ที่มีรสหวาน มีน้ำตาลทุกจำพวก ยกตัวอย่างเช่น ลำไย เงาะ แตงโม อื่นๆอีกมากมาย ผลไม้พวกนี้ มีน้ำตาลในจำนวนที่สูง เมื่อพวกเรากินเข้าไป น้ำตาลในผลไม้จะมีฤทธิ์เป็นกรดที่ลำไส้เล็ก

ขอขอบคุณที่มาจาก : share-si.com