สัจธรรมของ ”ชีวิต” ที่เราต้องเจอเมื่ออายุย่าง 40-90 ปี

สัจธรรมของ ”ชีวิต” ที่เราต้องเจอเมื่ออายุย่าง 40-90 ปี

• เมื่ออายุ 40 “เรียนสูง กับ เรียนต่ำ” นั้นเหมือนกัน

(คนเรียนน้อยอาจจะหาเงินได้มากกว่า)

• เมื่ออายุ 50 “สวย กับ ขี้เหร่” นั้นเหมือนกัน

(ไม่ว่าคุณจะสวยเพียงใด อายุปูนนี้แล้ว มันยากที่ จะปกปิดความเหี่ยว จุดด่างดำ ฯ )

• เมื่ออายุ 60 “ตำแหน่งสูง กับ ต่ำ” นั้นเหมือนกัน

(หลังเกษียณ แม้แต่ลูกจ้างก็มองไม่เห็นหัวเจ้านาย”

• เมื่ออายุ 70 “บ้านใหญ่ กับ เล็ก” นั้นเหมือนกัน

(พอข้อเสื่อม เดินลำบากเข้า คุณก็ต้องการที่เพียงนิดเดียวเพื่อนั่ง)

• เมื่ออายุ 80 “มีเงิน กับ ไม่มี” นั้นเหมือนกัน

(แม้คุณอยากจ่ายเงิน คุณก็ไม่รู้จะซื้ออะไร)

• เมื่ออายุ 90 “หลับ กับ ตื่น” นั้นเหมือนกัน

(ตื่นแล้ว คุณก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี)

ทำตัวสบาย ๆ เถอะครับ…

ในที่สุดเราก็จะเหมือนกัน…

ลืมความกดดันทั้งหลายเสีย…

แล้วแสวงหาความสุขกับชีวิตเถิด…

หากชีวิตเรา ถือเงินทองเป็นจุดมุ่งหมายเป็นศูนย์กลาง ชีวิตนั้นมีแต่ความยากลำบาก

หากชีวิตเรา ถือบุตรธิดาเป็นจุดมุ่งหมายเป็นศูนย์กลาง ชีวิตนั้นมีแต่ความเหนื่อยล้า

หากชีวิตเรา ถือความรักเป็นจุดมุ่งหมายเป็นศูนย์กลาง ชีวิตนั้นมีแต่ความเจ็บปวด

หากชีวิตเรา ถือการแข่งขันเปรียบเทียบเป็นจุดมุ่งหมายเป็นศูนย์กลาง ชีวิตนั้นมีแต่ความตกต่ำ

หากชีวิตเรา ถือความเอื้อเฟื้อใจกว้างเป็นจุดมุ่งหมายเป็นศูนย์กลาง ชีวิตนั้นมีแต่ความโชคดีมีสุข

หากชีวิตเรา ถือความพอเพียงเป็นจุดมุ่งหมายเป็นศูนย์กลาง ชีวิตนั้นมีแต่ความสุข

หากชีวิตเรา ถือบุญคุณเป็นจุดมุ่งหมายเป็นศูนย์กลาง ชีวิตนั้นมีแต่ใจเมตตา

การเป็นคนดี ที่สำเร็จด้วยปัญญา จะต้องมี 6 ประการ

1. การเป็นคน : เหนือเราให้นบน้อม ใต้เราอย่าดูหมิ่น นั้นคือ ธรรมเนียมปฏิบัติ

2. การงาน : เรื่องใหญ่ให้จริงจัง เรื่องเล็กที่ไม่สำคัญอย่าใส่ใจ ถือเป็นปัญญา

3. เกี่ยวเนื่องผลประโยชน์ : สามารถได้ 6 ส่วน แต่เอาเพียง 4 ส่วน ถือเป็นคุณธรรม

4. ความเที่ยงตรง : รักษาตัวดั่งเช่นดอกบัว หอมใสสะอาดขจรไกล ถือเป็นความเที่ยงธรรม

5. การปฏิบัติกับคน : นอกในเป็นหนึ่งเดียว สัตย์ซื่อต่อผู้คน ถือเป็นความน่าเชื่อถือ

6. การบำเพ็ญ : รวมศูนย์จิตสมาธิ เคารพฟ้ารักผู้คน ถือเป็นเมตตาธรรม

เวลาไม่มีเงิน ขอให้ขยันทำงาน เงินก็มา อันนี้เรียกว่า สวรรค์ประทานรางวัลให้ความขยัน

เวลามีเงิน เอาเงินออกไป คนก็มาเลย อันนี้เรียกว่าเงินไปคนมา

หากมีคนแล้ว เอาความรักออกไป ธุรกิจก็มาเลย อันนี้เรียกว่ารวยรักมากผู้คน

หากธุรกิจสำเร็จ เอาปัญญาออกไป ความ ปิติ ความเจริญก็มา อันนี้เรียกว่า คุณธรรมอยู่ฟ้า

หากไม่ยอมให้หรือเสียสละ ก็ไม่มี…. โลกนั้นกลม

คุณปฏิบัติกับคนอื่นเช่นใด คนอื่นก็ปฏิบัติกับคุณเช่นนั้น

มอบให้ท่านเรื่องจริงอีกหลายประโยคหากท่านป่วยไม่หนักเป็นเวลา 1 สัปดาห์

ท่านอาจจะพบว่า เงินไม่สำคัญ แต่ร่างกายและคนในบ้านสำคัญ

หากท่านป่วยหนักเป็นเวลา 1 เดือน

ท่านอาจจะพบว่า เงินสำคัญมาก ร่างกายและคนในบ้านก็สำคัญมากๆ

หากท่านป่วยหนักมากเป็นเวลาครึ่งปี

เดาว่าท่านต้องละทิ้งทรัพย์สินเงินทองและยศถาบรรดาศักดิ์

เพื่อแลกกับสิ่งที่ท่านคิดว่าเป็นของสำคัญที่สุด

น่าเสียดาย บนโลกใบนี้คนส่วนใหญ่เมื่อแผลหายก็ลืมถึงความเจ็บปวด รวมถึงข้าพเจ้าด้วย

ดังนั้นเมื่ออ่านถึงตอนนี้ ก็จะรู้แน่ชัดว่าในชีวิตเรา ใครและเรื่องอะไรถึงจะเป็นสิ่งที่สำคัญ…..

1. อย่าอวดอ้างเงินของคุณ ในโรงพยาบาลมันเป็นเพียงกระดาษ 1 แผ่น

2. อย่าอวดอ้างงานที่คุณทำ เมื่อไม่มีคุณ จะมีคนอีกเหลือคณานับที่ทำได้ยอดเยี่ยมกว่าที่คุณทำ

3. อย่าอวดอ้างห้องหับบ้างช่องของคุณ เมื่อคุณไปแล้ว มันก็กลายรังของคนอื่น

4. อย่าอวดอ้างรถของคุณ เมื่อคุณจากไป กุญแจรถก็อยู่ในมือคนอื่นแล้ว

มีสิ่งเดียวที่คุณจะอวดอ้างได้นั้นคือ สุขภาพของคุณ

เมื่อไม่มีคนอื่น คุณก็ยังสามารถอาบแดด ดื่มชา เพลิดเพลินกับชีวิตที่มีสุขภาพดี

ขอให้ดูแลรักษาตัวเองให้ดี เนื่องเพราะอะไหล่ไม่อาจเข้ากันได้ และราคาสุดแพง

นี่เป็นการกระตุ้น เพื่อส่งเสริมและแบ่งปันกัน (ให้ดูแลรักษาตัวเองให้ดี)

หลายเรื่องเป็นปรัชญาการดำรงชีวิต หรือการปฏิบัติตนของคน

เพื่อให้อยู่ดีมีสุข สามารถหาได้หลายที่

อ่านแล้วๆ เพื่อนๆ หรือ ผู้อ่าน ลองปรับใช้ดู เอาเท่าที่ทำได้นะ

และ ขอให้ ได้แบ่งปันให้คนรอบข้างได้รับรู้ ยิ่งมากยิ่งดี

ขอขอบคุณที่มาจาก : https://sharesidotcom.blogspot.com/2019/09/40-90.html